วันพุธที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2560

สอบปฏิบัติ

การเชื่อมต่อเครือข่ายแบบไร้สาย
Image result for กราฟฟิกดีไซเนอร์



การเชื่อมต่อเครือข่ายแบบไร้สาย
   
          หมายถึงการถ่ายโอนข้อมูลสารสนเทศระหว่างจุดสองจุดหรือมากกว่า โดยไม่ได้เชื่อมต่อกันด้วยตัวนำไฟฟ้เทคโนโลยีไร้สายที่พบมากที่สุดใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า เช่นคลื่นวิทยุ ซึ่งอาจใช้ในระยะทางสั้นๆไม่กี่เมตรสำหรับโทรทัศน์หรือไกลเป็นล้านกิโลเมตรลึกเข้าไปในอวกาศสำหรับวิทยุ การสื่อสารไร้สายรวมถึงหลากหลายชนิดของการใช้งานอยู่กับที่, เคลื่อนที่และแบบพกพา ได้แก่ วิทยุสองทาง, โทรศัพท์มือถือ, ผู้ช่วยดิจิตอลส่วนตัว  และเครือข่ายไร้สาย ตัวอย่างอื่น ๆ ของการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีวิทยุไร้สายรวมถึง GPS, รีโมตประตูโรงรถ เม้าส์คอมพิวเตอร์ไร้สาย

CC_SaveForWeb_1408x792





การเชื่อมต่อเครือข่ายแบบไร้สายมีบทบาทและความสำคัญต่อสังคมและประเทศชาติอย่างไร
ความคิดเห็น:การเชื่อมต่อเครือข่ายแบบไร้สายนั้นมีความสำคัญต่อสังคมและประเทศชาติอย่างมากไม่ว่าจะเป็นการสื่อสารติดต่อกัน การคมนาคม และทางด้านเศรษฐกิจ ใยการติดต่อสื่อสารเราจะนำไปใช้ได้ทั้งในระยะใกล้และไกล ซึ่งเป็นการสื่อสารไร้พรมแดนสามารถติดต่อสื่อสารกันได้ทั่วโลกและอย่างทั่วถึง ซึ่งในปัจจุบันก็มีช่องทางการติดต่อสื่อสารกันำด้หลายช่องทาง เช่น Twitter Facebook Line  และอีกมากมาย ทางด้านเศรษฐกิจ จะใช้เป็นช่องทางในการติดต่อและเจรจาทางธุรกิจกัน แม้ระยะห่างจะมากแค่ไหนก็ตาม เช่น Email Gmail ดังนั้นการเชื่อมต่อเครือค่ายแบบไร้สายจึงมาความจำเป็นอย่างมาก เพราะมีความรวด สะดวก และ ง่ายต่อการใช่งาน อีกทั้งงยังสามารถสร้างประโยชน์ให้กับ ประเทศอีกด้วยในด้านเศษฐกิจ
Image result for facebook line twitter


การสื่อสารข้อมูล เป็นกระบวนการหรือวิธีถ่ายทอดข้อมูลระหว่างผู้ใช้กับคอมพิเตอร์ ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยระบบการสื่อสารโทรคมนาคมเป็นสื่อกลางในการส่งข้อมูล เพื่อให้สามารถสื่อสารและแลกเปลี่ยนข้อมูลรวมทั้งสามารถใช้อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ภายในเครือข่ายร่วมกันได้เช่นฮาร์ดดิสเครื่องพิมพ์ เป็นต้น จึงเรียกกลุ่มของเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมโยงกันว่าเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ซึ่งมีองค์ประกอบที่สำคัญ ได้แก่ ข่าวสาร ผู้ส่ง ผู้รับ สื่อกลาง โพรโตคอล และซอฟแวร์ โดยมีสื่อกลางทางกายภาพและสื่อกลางไร้สาย ทำหน้าที่ประสานถ่ายโอนข้อมูลในการเชื่อมต่อเครือข่ายคอมพิวเตอร์ระหว่างกัน เพื่อให้ผู้ใช้สามารถนำข้อมูลไปใช้งานได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ


แหล่งที่มา 
https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%84%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A2

วันพุธที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2560

วันคริสต์มาส


วันคริสต์มาส
องค์ประกอบในงานคริสต์มาส


ซานตาคลอส

    เป็นสิ่งแรก ๆ ที่คนจะนึกถึงในฐานะสัญลักษณ์ของวันคริสต์มาส ซึ่งว่ากันว่าซานตาคลอสคนแรก คือ นักบุญ (เซนต์) นิโคลาส ผู้เป็นสังฆราชแห่งเมืองไมรา มีชีวิตอยู่ในศตวรรษที่ 4 และเหตุที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นซานตาคลอสคนแรก มาจากวันหนึ่งที่ท่านปีนขึ้นไปบนหลังคาบ้านของเด็กหญิงยากจนคนหนึ่ง แล้วทิ้งถุงเงินลงไปทางปล่องไฟ บังเอิญถุงเงินหล่นไปทางถุงเท้าที่เด็กหญิงแขวนตากไว้ข้างเตาผิงพอดี
image
ต้นคริสต์มาส

          นอกจากนี้อีกอย่างที่ขาดไม่ได้ก็คือ ต้นคริสต์มาส ซึ่งต้นคริสต์มาสก็คือต้นสนที่นำมาประดับประดาด้วยลูกแอปเปิลและขนมปังเพื่อระลึกถึงศีลมหาสนิท และก็ได้มีวิวัฒนาการที่เปลี่ยนแปลงไปเรื่อยจนมาถึงการประดับด้วยดวงไฟหลากสีสัน ขนม และของขวัญ อย่างในทุกวันนี้ การตกแต่งแบบนี้ต้องย้อนไปในศตวรรษที่ 8 เมื่อเซนต์บอนิเฟส มิชชันนารีชาวอังกฤษที่เดินทางไปประกาศเรื่องพระเจ้าในเยอรมนี ได้ช่วยเด็กที่กำลังจะถูกฆ่าเป็นเครื่องสังเวยบูชาที่ใต้ต้นโอ๊ก


                                                 
เพลงวันคริสต์มาส          เพลงคริสต์มาสเริ่มมีขึ้นในศตวรรษที่ 5 แต่งโดยพระสงฆ์และฆราวาส มีเนื้อร้องเป็นภาษาละติน ลักษณะของเพลงเป็นแบบสง่า เน้นถึงความหมายของการเสด็จมาของพระเยซูเจ้า แต่ในศตวรรษที่ 12 ได้มีการแต่งในท่วงทำนองที่ร่าเริงสนุกสนานมากขึ้น เริ่มจากประเทศอิตาลี โดยนักบุญฟรังซิส อัสซีซี และนักบวชคณะฟรังซิสกัน เป็นผู้สนับสนุน ให้มีเพลงคริสต์มาสแบบใหม่

                                  


คำอวยพรวันคริสต์มาส          ในวันคริสต์มาสเรามักจะใช้คำอวยพรให้แก่กันและกันว่า Merry X'mas คำว่า Merry ในภาษาอังกฤษโบราณ แปลว่า "สันติสุขและความสงบทางใจ" คำนี้จึงเป็นคำที่ใช้อวยพรขอให้เขาได้รับสันติสุขและความสงบทางใจ และได้จัดให้มีการฉลองเพื่อระลึกถึงการบังเกิดของพระเยซู ที่เขายกย่องเหมือนกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่แห่งสากลโลก ผู้ทรงเกียรติเลอเลิศ ประเพณีนี้ได้เริ่มมาจากรุงโรมในศตวรรษที่ 4 และค่อย ๆ เผยแพร่ไปทุกทวีป

                                    




สีประจำวันคริสต์มาส
สีที่เกี่ยวข้องในวันคริสต์มาสประกอบด้วย          สีแดง : เป็นสีของผลฮอลลี่ หรือซานตาคลอส เป็นสีของเดือนธันวาคม ที่แสดงถึงความตื่นเต้น และหากเป็นสัญลักษณ์ตามศาสนา สีแดงจะหมายถึง ไฟ, เลือด และความโอบอ้อมอารี

          สีเขียว : เป็นสีของต้นไม้ สัญลักษณ์ของธรรมชาตื หมายถึงความอ่อนเยาว์และความหวังที่จะมีชีวิตเป็นนิรันดร์ เปรียบได้กับว่าเทศกาลคริสต์มาสคือเทศกาลแห่งความหวัง

          สีขาว : เป็นสีของหิมะ และเป็นสัญลักษณ์ทางศาสนา คือแสงสว่าง ความบริสุทธิ์ ความสุข และความรุ่งเรือง สีขาวนี้จะปรากฏบนเสื้อคลุมนางฟ้า, เคราและชายเสื้อของซานตาคลอส

          สีทอง : เป็นสีของเทียนและดวงดาว เป็นสัญลักษณ์ของแสงอาทิตย์และความสว่างไสว

                               

ดาว
          ดาว ในความหมายของชาวคริสเตียน หมายถึงการแสดงออกที่ดีของพระเยซูคริสต์ ที่บัญญัติไว้ในพระคัมภีร์ไบเบิลว่า "The bright and morning star" มีความหมายพิเศษเหมือนกับว่า ดวงดาวเหล่านั้นได้แบ่งที่อยู่กับสรวงสวรรค์ ไม่ว่าจะมีกำแพงอะไรขวางกั้นระหว่างพื้นผิวโลกด้วยก็ตาม
                                     
                              
                                    
แหล่งที่มา http://hilight.kapook.com/view/18771/25
                  https://www.youtube.com/watch?v=C41q5YLnF10


การสื่อสารข้อมูลสำหรับเครือข่ายคอมพิวเตอร์

ความหมายของการสื่อสาร 
            
คำว่า  การสื่อสาร (communications)  มีที่มาจากรากศัพท์ภาษาลาตินว่า  communis หมายถึง  ความเหมือนกันหรือร่วมกัน   การสื่อสาร (communication)    หมายถึงกระบวนการถ่ายทอดข่าวสาร  ข้อมูล ความรู้ ประสบการณ์  ความรู้สึก ความคิดเห็น ความต้องการจากผู้ส่งสารโดยผ่านสื่อต่าง ๆ ที่อาจเป็นการพูด การเขียน สัญลักษณ์อื่นใด การแสดงหรือการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ไปยังผู้รับสาร ซึ่งอาจจะใช้กระบวนการสื่อสารที่มีความแตกต่างกันไปตามความเหมาะสม หรือความจำเป็นของตนเองและคู่สื่อสาร  โดยมีวัตถุประสงค์ให้เกิดการรับรู้ร่วมกันและมีปฏิกิริยาตอบสนองต่อกัน บริบททางการสื่อสารที่เหมาะสมเป็น ปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้การสื่อสารสัมฤทธิ์ผล 
องค์ประกอบของระบบสื่อสารข้อมูล
การสื่อสารข้อมูลในเครือข่ายคอมพิวเตอร์ มีองค์ประกอบ ดังนี้

1. ข่าวสาร (message) 
         ในทางเทคโนโลยีและการสื่อสาร ข่าวสารเป็นข้อมูลที่ผู้ส่งทำการส่งไปยังผู้รับผ่านระบบการสื่อสาร ซึ่งอาจอยู่ในรูปแบบ ดังต่อไปนี้

2. ผู้ส่ง (sender) 
         เป็น อุปกรณ์ที่ทำหน้าที่ส่งข้อมูลที่อยู่ต้นทาง โดยข้อมูลต้องถูกจัดเตรียมนำเข้าสู่อุปกรณ์ส่งข้อมูล เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ โมเด็ม (modem) จานไมโครเวฟ จานดาวเทียม เป็นต้น

3. ผู้รับ (receiver) 
         เป็นอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่รับข้อมูลจากอุปกรณ์ส่งข้อมูล เช่น เครื่องพิมพ์ คอมพิวเตอร์ โมเด็ม จานดาวเทียม เป็นต้น เพื่อนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ต่อไป

4. สื่อกลางหรือตัวกลาง (media)
         เป็นอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่นำข่าวสารรูปแบบต่างๆจากผู้ส่งไปยังผู้รับ ได้แก่สายไฟ ขดลวด สายเคเบิล สายไฟเบอร์ออฟติก เป็นต้น สื่อกลางอาจจะอยู่ในรูปของคลื่นที่ส่งผ่านทางอากาศ เช่น คลื่นไมโครเวฟ คลื่นดาวเทียม คลื่นวิทยุ เป็นต้น
5. โพรโตคอล (protocol)
         เป็นตัวกำหนดคุณลักษณะ กฎระเบียบ หรือวิธีการที่ใช้ในการสื่อสาร เพื่อให้ผู้รับและผู้ส่งเข้าใจกัน และสามารถสื่อสารกันได้อย่างถูกต้อง
  

6. ซอฟต์แวร์ (software)
            เป็นโปรแกรมสำหรับดำเนินการและควบคุมการส่งข้อมูลผ่านคอมพิวเตอร์เพื่อให้ได้ข้อมูลตามที่กำหนดไว้ ตัวอย่างซอฟต์แวร์ เช่น Microsoft Windows XP/Vista/7, Unix , Internet Explorer , Windows Live Message เป็นต้น

การสื่อสารข้อมูล

                  ในปัจจุบันการสื่อสารข้อมูล มีบทบาทและความสำคัญที่ได้พัฒนาเผยแพร่ข้อมูลไปยังผู้ใช้งานโดยส่งผ่านสื่อกลางต่างๆ ซึ่งสื่อกลางแต่ละแบบ ก็จะมีคุณสมบัติแตกต่างกันออกไป

สื่อกลางการสื่อสารข้อมูล
                การสื่อสารข้อมูลในเครือข่ายคอมพิวเตอร์ จะมีสื่อกลางสำหรับเชื่อมโยงสถานีหรือเครื่องคอมพิวเตอร์ต่างๆ เข้าด้วยกัน เพื่อเป็นตัวกลางให้ผู้ส่งข้อมูล ทำการส่งข้อมูลไปยังผู้รับได้ สื่อกลางการสื่อสารข้อมูลแบ่งออกได้เป็น ๒ ประเภท ดังต่อไปนี้

        ๑) การสื่อสารทางกายภาพ (physical media) 
เป็นการเชื่อมโยงสถานีระหว่างผู้รับและผู้ส่งข้อมูลโดยอาศัยสายสัญญาณเป็นสื่อกลางในระบบสื่อสารข้อมูล ตัวอย่างสายสัญญาณมีดังนี้

           ๑.๑) สายตีเกลียวคู่ (twisted pair cable หรือ TP)
       ประกอบด้วยลวดทองแดงที่หุ้มด้วยฉนวนพลาสติกจำนวน ๔ คู่ แต่ละคู่พันเป็นเกลียว ซึ่ง ๒ คู่จะใช้สำหรับช่องทางการสื่อสาร ๑ ช่องทาง สายตีเกลียวคู่เป็นตัวกลางที่เป็นมาตรฐานใช้ส่งสัญญาณเสียงและข้อมูลได้ในระยะเวลานาน สายสัญญาณประเภทนี้นิยมใช้เป็นสายโทรศัพท์ (telephone line) เพื่อส่งสัญญาณโทรศัพท์

            ๑.๒) สายโคแอกเชียล (coaxial cable) 
         ประกอบด้วยสายทองแดงเพียงเส้นเดียวเป็นแกนกลาง หุ้มด้วยฉนวนพลาสติก สามารถส่งข้อมูลได้มากกว่าสายตีเกลียวคู่ประมาณ  ๘๐ เท่า ส่วนใหญ่จะใช้ในการส่งสัญญาณโทรทัศน์

            ๑.๓) สายใยแก้วนำแสง (fiberotic cable) 
        ประกอบด้วยเส้นใยแก้วขนาดเล็กซึ่งหุ้มด้วยฉนวนหลายชั้นโดยกรส่งข้อมูลใช้หลักการสะท้อนของแสงผ่านหลอดแก้วขนาดเล็ก ทำให้สามารถส่งผ่านข้อมูลได้เร็วถึง ๒๖,๐๐๐ เท่าของสายตีเกลียวคู่ มีน้ำหนักเบาและมีความน่าเชื่อถือในการส่งข้อมูลมากกว่าสายโคแอกเชียล อีกทั้งการส่งข้อมูลยังใช้ลำแสงที่มีความเร็วเทียบเท่ากับความเร็วของแสง ทำให้สามารถส่งข้อมูลได้จำนวนมากเป็นระยะทางไกลด้วยความเร็วสูง
         ๒) สื่อกลางไร้สาย (wireless media) 
       เป็นการเชื่อมต่อที่ไม่ต้องใช้สายสัญญาณเป็นสื่อกลางในการสื่อสารระหว่างผู้รับและผู้ส่งข้อมูล แต่จะใช้อากาศเป็นสื่อกลาง ตัวอย่างสื่อกลางไร้สาย มีดังนี้


                  ๒.๑) อินฟราเรด (infrared)  
            เป็นการสื่อสารโดยใช้คลื่นแลงที่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า สามารถส่งข้อมูลระยะไม่ไกล การส่งข้อมูลด้วยคลื่นอินฟราเรดต้องส่งในแนวเส้นตรง และไม่สามารถมองทะลุสิ่งกีดขวางที่มีความหนาได้ นิยมใช้ในการถ่ายโอนข้อมูลสำหรับอุปกรณ์พกพา เช่น โน้ตบุ๊กคอมพิวเตอร์หรือเครื่องพีดีเอไปยังคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล เป็นต้น
                  ๒.๒) คลื่นวิทยุ(radio wave)
            เป็นการสื่อสารโดยใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าชนิดหนึ่ง อุปกรณ์พิเศษนี้เรียกว่า เครื่องรับส่ง (transceiver) ทำหน้าที่รับและส่งสัญญาณวิทยุจากอุปกรณ์ไร้สายต่างๆ เช่น โทรศัพท์เคลื่อนที่ หรืออุปกรณ์ที่สามารถเปิดเข้าถึงเว็บไซต์ได้ เป็นต้น ผู้ใช้บางรายใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ในการเชื่อมต่อเพื่อเข้าใช้อินเตอร์เน็ต
            ปัจจุบันมีเทคโนโลยีไร้สายที่ใช้คลื่นวิทยุ คือ บลูทูธ (bluetooth) ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณโดยใช้คลื่นวิทยุระยะสั้น  เหมาะสำหรับการติดต่อสื่อสารในระยะไม่เกิน ๓๓ ฟุต การส่งสัญญาณสามารถส่งผ่านสิ่งกีดขวางได้ ทำให้เทคโนโลยีบลูทูธได้รับความนิยมสูง จึงมีการนำมาบรรจุไว้ในอุปกรณ์เทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น โทรศัพท์เคลื่อนที่ เครื่องพีดีเอ โน้ตบุ๊กคอมพิวเตอร์ เครื่องพิมพ์ดิจิทัล เป็นต้น
                 ๒.๓) ไมโครเวฟ(microwave) 
             เป็นการสื่อสารโดยใช้คลื่นวิทยุความเร็วสูง สามารถส่งสัญญาณเป็นทอดๆ จาดสถานีหนึ่งไปยังสถานีหนึ่งในแนวเส้นตรง ไม่สามารถโค้งหรือหักเลี้ยวได้ สามารถรับส่งได้ในระยะทางใกล้ๆ นิยมใช้ในการสื่อสารระหว่างอาคารที่อยู่ในเมืองเดียวกัน หรือวิทยาเขตของมหาวิทยาลัย สำหรับการสื่อสารระยะไกลๆ ต้องใช้สถานีรับและขยายสัญญาณ ซึ่งมีลักษณะเป็นจานหรือเสาอากาศ เพื่อรับส่งสัญญาณเป็นทอดๆ โดยติดตั้งบนพื้นที่สูงๆ เช่น ยอดเขา หอคอย ตึก เป็นต้น โดยปกติความถี่ไมโครเวฟอยู่ในช่วงคลื่นอินฟราเรด ซึ่งนำมาใช้ประโยชน์ในด้านโทรคมนาคมและการทำอาหาร

                ๒.๔) ดาวเทียม (satellite) 
            เป็นการสื่อสารด้วยคลื่นไมโครเวฟ แต่เนื่องจากเป็นคลื่นที่เดินทางในแนวเส้นตรง ทำให้พื้นที่ที่มีลักษณะภูมิประเทศเป็นภูเขาหรือตึกสูงมีผลต่อการบดบังคลื่น  จึงมีการพัฒนาดาวเทียมให้เป็นสถานีไมโครเวฟที่ลอยอยู่เหนือผิวโลกทำหน้าที่เป็นสถานีส่งและรับข้อมูล ถ้าเป็นลักษณะการส่งจากภาคพื้นดินไปยังดาวเทียม เรียกว่า การเชื่อมโยงขึ้นหรืออัปลิงค์ (uplink) ส่วนการรับข้อมูลจาดาวเทียมสู่ภาคพื้นดิน เรียกว่า การเชื่อโยงลงหรือดาวน์ลิงค์(downlink) ทั้งนี้มีระบบเทคโนโลยีที่กำลังเป็นที่นิยมและอาศัยการทำงานของดาวเทียมเป็นหลัก คือ ระบบจีพีเอส (Global Positioning System : GPS) ที่ช่วยตรวจสอบตำแหน่งบนผิวโลก เช่น การติดตั้งอุปกรณ์จีพีเอสไว้ในรถและทำงานร่วมกับแผนที่ ผู้ใช้สามารถขับรถไปตามระบบนำทางได้ นอกจากนี้ยังได้นำอุปกรณ์จีพีเอสมาติดตั้งในอุปกรณ์โทรศัพท์เคลื่อนที่อีกด้วย




แหล่งที่มา
http://kruthomtn.hsw.ac.th/Communication%201.htm
http://thn21537-04.blogspot.com/

วันพฤหัสบดีที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2559

ทำเครื่องประดับจากกล่องพลาสติกใส่อาหาร



Shrinky Dink bracelet KEYCHAIN ring accessories Jewelry
       


        กล่องพลาสติกใสใส่สลัด ขนม และอาหาร ที่ซื้อมาจากซุปเปอร์มาร์เก็ตนั้นพอทานอาหารหมด ก็ต้องถูกโยนทิ้งลงถังขยะ เชื่อว่ามีหลายๆคนนึกเสียดายอยากจะนำกลับมาใช้ซ้ำแต่ก็ทำไม่ได้เพราะพลาสติกนั้นเปราะบางเกินไป วันนี้เราจะแปลงร่างกล่องพลาสติกเหล่านี้ให้กลายเป็นสร้อยคอหรือสร้อยคอมือน่ารักๆ มาช่วยลดขยะและลดโลกร้อนไปพร้อมๆกัน


วัสดุ-อุปกรณ์
 1. เตาอบ 
 2. กล่องพลาสติกเบอร์ 6
 3. ปากกาเมจิกสีต่างๆ เลือกสีที่วาดแล้วออกมาเข้มๆ 
 4. ที่เจาะกระดาษ และอุปกรณ์ที่เราต้องการทำเครื่องประดับนั้นๆ 
 5. กระดาษรองอบ

 




วิธีทำ

1.เอากล่องพลาสติกเบอร์ 6 มาล้างทำความสะอาดให้เรียบร้อย ถ้ามีป้ายต่างๆ ให้แกะออกและ      ล้างคราบกาวเหนียวๆ ออกให้เกลี้ยง จากนั้นทิ้งไว้ให้แห้งสนิท

กล่องพลาสติกเบอร์ 6 Plastic#6



2. วาดรูปลงไป พร้อมระบายสีให้สวยงาม ซึ่งเราสามารถวาดเอง หรือรองด้วยแบบก็ได้ ตัดแบบ      ออกมาและเจาะรู 



เล็มมุมให้มน Use the nail clippers to trim the corners

3.อุ่นเตาอบในอุณหภูมิ 350 องศาฟาเรนไฮต์ ปูกระดาษรองอบบนถาด จัดวางแผ่นพลาสติกลง      ไปให้เป็นระเบียบ เอาเข้าไปอบประมาณ 2-3 นาที ช่วง 30 วินาทีแรก เราจะสังเกตเห็นว่า แผ่น     พลาสติกแต่ละ  ชิ้นจะบิดตัว โค้งงอ  พอผ่านไปอีกสัก 1-2 นาที พลาสติกจะเริ่มคลายตัวและมี      ขนาดเล็กลง และกลับไป  อยู่ในลักษณะแบนราบเหมือนเดิมค่ะ



เอาออกจากเตาอบ ทิ้งให้เย็น Let cool the plastic

4.เอาออกมาจากเตาอบและทิ้งไว้ให้เย็น ร้อยห่วงกลมเข้าไปในรูเพื่อต่อให้เป็นสร้อยข้อมือและ      สร้อยคอ



 ประกอบส่วนต่างๆ เข้าด้วยกัน Add jump rings to the bracelet DIY เครื่องประดับจากกล่องพลาสติกเหลือใช้ DIY Jewelry from Upcycle Plastic



ตัย่ต่



Shrinky Dink bracelet KEYCHAIN ring accessories Jewelry
Shrinky Dink bracelet KEYCHAIN ring accessories Jewelry
Image result for shrink plastic

Related image
แหล่งที่มา: http://www.blisby.com/blog/diy-jewelry-from-upcycled-plastic/
                   https://www.dek-d.com/teentrends/36727/
                   http://howto.spokedark.tv/2015/08/25/shrinky-dink-jewelry/#.WFJE49J97cc
                   https://www.pinterest.com/toeknee80/shrinky-dinks/
                   https://www.youtube.com/watch?v=jvm-JzMFJ7I



วันพุธที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2559

FANTASTIC BEASTS and Where to Find Them

FANTASTIC BEASTS
and Where to Find Them

Fantastic-Beasts-Credence_Poster-IMAX


ชื่อภาษาอังกฤษ : Fantastic Beasts and Where to Find Them
ชื่อภาษาไทย : สัตว์มหัศจรรย์และถิ่นที่อยู่
ประเภท : ภาพยนตร์
แนว : แฟนตาซี / ผจญภัย 
ผู้กำกับ : David Yates
ผู้แต่ง : J.K. Rowling
ค่าย : Warner Bros.
ฉาย : 17 พฤศจิกายน 2016

เรื่องย่อฉบับภาพยนตร์

เป็นการพูดถึงโลกเวทมนต์ ช่วงปี 1920 ในฝั่งของอเมริกา ก่อนการถือกำเนิดของแฮร์รี่ พอตเตอร์ 70 ปี ว่าด้วยเรื่องราวของ นิวตัน อาร์ทีมีส ไฟโด สคาแมนเดอร์ หรือ นิวท์ สคามันเดอร์ นักสัตว์วิเศษวิทยาแห่งโลกเวทมนตร์ของอังกฤษได้รับมอบหมายให้เดินทางไปยังนิวยอร์ค เพื่อทำบันทึกเกี่ยวกับสัตว์วิเศษต่างๆ และเขียนเป็นหนังสือ “สัตว์มหัศจรรย์และถิ่นที่อยู่” ซึ่งใช้เป็นหนังสือเรียนในยุคของแฮร์รี่ในเวลาต่อไป
Fantastic Beasts and Where to Find Them - 0002
โดยสำหรับการเริ่มต้นของภาพยนตร์เรื่องนี้ แม้ นิวท์ สคามันเดอร์ จะสำเร็จการศึกษาจบจากโรงเรียนเวทมนต์ไปแล้ว แต่เราก็จะได้เห็นเขากลับมายังฮอกวอตส์อีกครั้ง ในการปรึกษาและถกเถียงกับ ฟินิแอส ไนเจลลัส แบล็ก  ซึ่งเป็นอาจารย์ใหญ่ในเวลานั้น เนื่องจากการมีความคิดเห็นไม่ตรงกันในเรื่องของการอุทิศตัว เพื่อค้นคว้าและทำความเข้าใจสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์อื่นของนิวท์

Image result for newt scamander buch

ทั้งนี้ การดำเนินการค้นคว้าและทำการศึกษาสัตววิเศษของนิวท์ก็ยังคงดำเนินต่อไป บนฉากหลังของสภาเวทมนตร์แห่งสหรัฐอเมริกา แต่แล้วความวุ่นวายที่สุ่มเสี่ยงต่อการเปิดเผยชุมชนผู้วิเศษต่อโลกของมักเกิ้ลก็เกิดขึ้น เมื่อสัตว์วิเศษบางตัวได้หลุดออกสู่โลกภายนอก นิวท์จึงต้องการทางจัดการ ก่อนที่พวกมันจะถูกคุกคามจากสิ่งมีชีวิตที่ร้ายกาจยิ่งกว่า นั่นก็คือ มนุษย์ นั่นเอง

นักแสดงหลัก


นิวท์ สคามันเดอร์ รับบทโดย เอ็ดดี้ เรดเมย์น

Related image

ทีน่า โกด์ลสตีน รับบทโดย แคทเธอรีน วอเตอร์สตัน

Image result for ทีน่า โกลด์สตีน รับบทโดย แคทเธอรีน วอเตอร์สตัน (Katherine Waterston)

เจค็อป โควัลสกี รับบทโดย แดน ฟอกเลอร์

Image result for เจคอบ โควัลสกี รับบทโดย แดน ฟอกเลอร์

ควีนนี โกด์ลสตีน รับบทโดย อลิสัน ซูดอล
Image result for Fantastic Beasts นักแสดง

เครเดนซ์ แบร์โบน รับบทโดย เอสลา มิลเลอร์

Related image

เพอร์ซิวัล เกรฟซ์ รับบทโดย โคลิน ฟาร์เรล

Related image

ตังอย่างหนัง



แหล่งที่ีมา:

http://www.metalbridges.com/fantastic-beasts-and-where-to-find-them/

http://movie.mthai.com/movie-news/hollywood-news/201151.html

https://www.youtube.com/watch?v=YdgQj7xcDJo